
|
การตั้งธุรกิจเป็นสิ่งที่เสี่ยงในสหรัฐอเมริกามีอัตราความสำเร็จของบริษัท |
|
ขนาดเล็กคือ 5 บริษัท จาก 100 บริษัท เพราะฉะนั้นต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรับสถานการณ์ที่ยากลำบาก ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น แต่อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จอาจเป็นของคุณ ถ้าคุณมีความอดทน ตั้งใจทำงานหนักอย่างจริงจังและมีกลยุทธ์ และปฏิบัติทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นในแต่ละขั้นตอน สิ่งต่อไปนี้เป็นกลยุทธ์ที่ธุรกิจขนาดเล็กประสบความสำเร็จ แต่ไม่สามารถรับประกันได้ จะเป็นเพียงสิ่งที่แนะนำให้โอกาสในการประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้นเท่านั้น |
|
|
|
1. รู้ตัวเอง แบบสอบถามเพื่อประเมินศักยภาพผู้ประกอบการอาจทำให้คุณตระหนักถึงความสามารถ ความพร้อม ของคุณว่ามีเพียงใดก่อนที่คุณจะทุ่มเทพลังแรง พลังใจ ทุน และเวลาจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากที่คุณจะต้องประเมินตนเองก่อนการประเมินศักยภาพการเป็นผู้เริ่มกิจการในการที่จะเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมใดๆนั้นต้องใช้เวลาหลายๆปี แต่คุณสามารถเร่งได้อย่างง่ายดาย โดยการทำวิจัยอย่างจริงจังรวบรวมวิจัยหรือข้อมูลเท่าที่จะทำได้ แต่ถ้าคุณสามารถทำวิจัยเองได้ก็ยิ่งดีความตั้งใจจริงในการทำงานทุกอย่าง การสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลในธุรกิจและลูกค้าให้มั่นคงโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความซื่อสัตย์ต่อผู้ร่วมธุรกิจหรือลูกค้าการพบปะพูดคุยกับเพื่อนสนิทหรือทุกคนที่คุณคิดว่าจะฟังความคิดของคุณโดยปกติจะใช้เวลา3-5 ปี เพื่อที่จะให้บริษัทได้รับความเชื่อถือ และเป็นที่นิยมในตลาด |
|
|
|
คำถามเพื่อประเมินตนเองก่อนเป็นผู้เริ่มประกอบการกิจการ |
|
|
|
1. คุณสมบัติผู้ประกอบการ |
|
|
|
2. คุณชอบที่จะตัดสินใจด้วยตัวของคุณเองหรือไม่ |
|
|
|
3. คุณชอบการแข่งขันในธุรกิจหรือไม่ |
|
|
|
4. คุณมีความตั้งมั่นในการควบคุมตนเองให้ทำงานได้หรือไม่ |
|
|
|
5. คุณชอบที่จะวางแผนล่วงหน้าหรือไม่ |
|
|
|
6. คุณมักจะทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมายและตรงเวลาหรือไม่ |
|
|
|
7. หลังจากเริ่มธุรกิจคุณได้มีการเตรียมตัวที่จะลดมาตรฐานการครองชีพลงจนกว่าธุรกิจจะมีรายได้ที่แน่นอนหรือไม่ |
|
|
|
8. คุณมีสุขภาพดีหรือไม่คุณมีโรคประจำตัวที่จะกระทบกระเทือนต่อการทำงานหนักและเป็นระยะเวลานานหรือไม่ |
|
|
|
9. คุณจะยอมรับสิ่งที่คุณกระทำผิดแล้วฟังข้อตักเตือนหรือเสนอแนะหรือไม่ |
|
|
|
10.ถ้าธุรกิจคุณล้มคุณได้เตรียมตัวต่อการสูญเสียไว้หรือไม่ |
|
|
|
11.คุณสามารถทนต่อความกดดันและความตึงเครียดหรือไม่ |
|
|
|
12.คุณสามารถปรับกลยุทธ์ได้อย่างรวดเร็วเมื่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ |
|
|
|
13.คุณสามารถเริ่มงานและทำงานด้วยตนเองโดยไม่ต้องมีผู้อื่นกระตุ้นหรือช่วยเหลือได้หรือไม่ |
|
|
|
14.คุณสามารถตัดสินใจอย่างรวดเร็วและไม่เสียใจกับการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่คุณทำไปได้หรือไม่ |
|
|
|
15.คุณเชื่อถือบุคคลอื่นหรือไม่แล้วบุคคลอื่นเชื่อถือคุณหรือไม่ |
|
|
|
16.คุณสามารถแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพและด้วยความมั่นใจหรือไม่ |
|
|
|
17.คุณสามารถรักษาทัศนคติที่ดีเมื่อคุณอยู่ต่อหน้าศัตรูของคุณได้หรือไม่ |
|
|
|
18.คุณเป็นคู่สนทนาที่ดีหรือไม่คุณสามารถอธิบายความคิดของคุณให้ผู้อื่นเข้าใจได้หรือไม่ |
|
|
|
|
|
ทักษะส่วนบุคคล |
|
|
|
1. คุณสามารถที่จะนึกถึงทักษะอย่างน้อย 10 อย่างที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในธุรกิจได้หรือไม่ |
|
|
|
2. คุณมีทักษะเหล่านั้น อยู่ในระดับใด สูง ปานกลางหรือต่ำ |
|
|
|
3. ทักษะเหล่านั้นจะช่วยธุรกิจของคุณอย่างไร |
|
|
|
4. คุณสามารถที่จะเพิ่มพูนทักษะหรือหาบุคคลที่มีทักษะและชำนาญที่จำเป็นต่อธุรกิจคุณหรือไม่ |
|
|
|
5. คุณสามารถที่จะบอกอย่างน้อย 5 เหตุผลว่าทำไมคุณถึงอยากเป็นผู้ประกอบการหรือเริ่มธุรกิจได้หรือไม่ |
|
|
|
|
|
การประสบความสำเร็จ |
|
|
|
1. คุณสามารถเขียนปัจจัยสู่ความสำเร็จอย่างน้อย 5 อย่างที่จะทำให้คุณไปสู่เป้าหมายภายใน 1 ปีของการทำธุรกิจได้หรือไม่ |
|
|
|
2. สินค้าหรือบริการของคุณอยู่ในความต้องการของตลาดหรือไม่ |
|
|
|
3. คุณรู้หรือไม่ว่าคู่แข่งของคุณคือใครและคุณจะแข่งอย่างไรเพี่อให้ธุรกิจคุณประสบผลสำเร็จ |
|
|
|
4. คุณคาดหวังว่าคุณจะมีรายได้เท่าไร และเมื่อไรที่คุณจะได้รายได้นั้น |
|
|
|
5. ถ้าคุณไม่ได้รายได้ดังที่หวังไว้ คุณวางแผนว่าจะทำอย่างไร |
|
|
|
6. คุณทราบจำนวนเงินที่คุณต้องใช้เพื่อเริ่มกิจการหรือไม่และคุณจะหาเงินทุนมาได้อย่างไร |
|
|
|
7. ถ้าคุณมีกิจการของคุณเองคุณสามารถที่จะหาเงินได้มากกว่าที่คุณทำงานให้กับคนอื่นหรือไม่ |
|
|
|
8. ทางครอบครัวของคุณสนับสนุนความคิดในการทำธุรกิจของคุณหรือไม่และพร้อมที่จะเสียสละสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้คุณเริ่มธุรกิจหรือไม่ |
|
|
|
|
|
ผู้ร่วมลงทุน |
|
|
|
ถ้าในการเริ่มธุรกิจของคุณ จะต้องมีบุคคลมากกว่า 1 คน แต่ละคนควรจะต้องตอบคำถามเหล่านี้ |
|
|
|
1. คุณเลือกผู้นั้นเพราะเหตุผลในการดำเนินธุรกิจหรือไม่(ไม่ใช่เพราะว่าเป็นเพื่อนกัน) |
|
|
|
2. ผู้ร่วมกิจการของคุณมีเป้าหมายในการทำธุรกิจเหมือนคุณหรือไม่หรือว่ามีเป้าหมายต่างกัน |
|
|
|
3. บุคคลนั้นรู้ว่าตัวเองมีข้อดีหรือข้อเสียอย่างไรหรือไม่ |
|
|
|
4. คุณรู้หรือไม่ว่าบุคคลนั้นมีคุณสมบัติในด้านทักษะและความชำนาญอย่างไร |
|
|
|
5. แผนรายได้สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ที่ผู้ร่วมกิจการได้รับนั้นเป็นที่ยอมรับกันหรือไม่ |
|
|
|
6. หน้าที่ในการตัดสินใจและการปฏิบัติงานของแต่ละคนได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายหรือไม่ |
|
|
|
7. ถ้าบุคคลใดบุคคลหนึ่งไม่สามารถทำตามแผนที่คาดหวังไว้ได้จะมีวิธีใดที่จะให้บุคคลนั้นออก |
|
|
|
8. คุณจะทำอย่างไรถ้าผู้ร่วมกิจการคนใดคนหนึ่งออกจากบริษัทหรือตาย |
|
|
|
|
|
ทักษะและความชำนาญ |
|
|
|
ทักษะและความชำนาญเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุดในการประกอบธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จ คุณควรจะต้องรู้ระดับความสามารถของคุณว่าอยู่ในระดับสูง ปานกลาง หรือต่ำในสิ่งเหล่านี้ ข้อดีและข้อเสียในแต่ละด้านคืออะไรแล้วฝึกฝนหรือพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ |
|
|
|
1. การเงิน |
|
|
|
2. การตลาด |
|
|
|
3. การพัฒนาสินค้าและบริการ |
|
|
|
4. การขายโดยตรงและโดยอ้อม |
|
|
|
5. การโฆษณาและการโปรโมทสินค้า |
|
|
|
6. การบัญชี |
|
|
|
7. การบริหารบุคคล |
|
|
|
8. การวางแผนธุรกิจ |
|
|
|
2. รู้ตลาดสินค้าหรือบริการ และลูกค้า"คุณทำธุรกิจเพื่อความต้องการของลูกค้า" ถ้าคุณไม่อ่อนไหวต่อความต้องการของลูกค้าไม่รู้ว่าใครคือลูกค้า ไม่รู้ว่าจะเข้าถึงลูกค้าอย่างไร และที่สำคัญ ไม่รู้ว่าจะจูงใจให้ลูกค้าซื้อสินค้าหรือบริการของคุณอย่างไรนั้นคุณต้องขอความช่วยเหลือแล้ว" |
|
|
|
แผนการตลาดที่ดีเป็นปัจจัยนำสู่ความสำเร็จ ซึ่งจะต้องรู้ข้อมูลเกี่ยวกับตลาดของคุณ วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มความต้องการในสินค้าหรือบริการของคุณ วิเคราะห์ปัญหาหรืออุปสรรคและโอกาสในการเข้าสู่ตลาด การวิจัยตลาด ทำเลที่ตั้ง กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย สินค้าหรือบริการของคุณอยู่ในระดับใด คุณจะขายสินค้าได้อย่างไร ตั้งราคาเท่าไร โฆษณาและโปรโมทอย่างไร ก่อนที่จะสร้างแผน ที่มีประสิทธิภาพของคุณ คุณจะต้องหาข้อมูลจริงเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของคุณ พบปะพูดคุยกับลูกค้า ศึกษาการโฆษณาของธุรกิจอื่นๆ รวมทั้งของคู่แข่ง และปรึกษาผู้ที่เชี่ยวชาญที่อยู่ในองค์กร สมาคมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ เมื่อคุณรวบรวมข้อมูลได้แล้วก็นำมาเขียนชี้แจงตามรายการต่อไปนี้ |
|
|
|
รายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจในแต่ละด้านต่อไปนี้ |
|
|
|
สินค้าหรือบริการ |
|
|
|
ทำเลที่ตั้งในการขาย ทางการตลาด ในแต่ละพื้นที่ แบ่งเป็นจังหวัด ภาค ในประเทศหรือต่างประเทศ ข้อได้เปรียบหรือจุดเด่นของสินค้าหรือบริการ |
|
|
|
ราคา |
|
|
|
วิธีการขายและสนับสนุนการขาย |
|
|
|
วิธีกระจายสินค้า |
|
|
|
การให้บริการหลังการขาย |
|
|
|
รายละเอียดเกี่ยวกับลูกค้า |
|
|
|
พื้นฐานลูกค้าด้าน อายุ เพศ รายได้และเพื่อนบ้าน |
|
|
|
ลูกค้ารู้เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการอย่างไร เช่นจากโฆษณา ขายตรง ใบปลิว ปากต่อปาก สมุดหน้าเหลือง |
|
|
|
พฤติกรรมการบริโภคเป็นอย่างไรเช่น ลูกค้าซื้อสินค้าที่ไหน ลูกค้าอ่านหนังสืออะไร ดูรายการอะไร ฟังใคร |
|
|
|
สาเหตุที่ลูกค้าซื้อสินค้าหรือบริการเช่น คุณภาพ ความสะดวกสบาย บริการหลังการขาย |
|
|
|
สินค้าน่าเชื่อถือ หาซื้อสินค้าได้ง่าย ราคาไม่แพง |
|
|
|
อะไรคือสิ่งที่ลูกค้าไม่พอใจ เช่นในตัวสินค้าหรือบริการ แล้วจะทำอย่างไรให้ลูกค้าพอใจมากขึ้น |
|
|
|
รายละเอียดแผนและงบประมาณ |
|
|
|
วิธีทางการตลาดที่เคยใช้ |
|
|
|
วิธีที่ใช้แล้วประสบผลสำเร็จ |
|
|
|
การเปรียบเทียบต้นทุนกับยอดขาย |
|
|
|
การเปรียบเทียบต้นทุนต่อลูกค้าหนึ่งคน |
|
|
|
วิธีทางการตลาดวิธีใหม่เพื่อดึงลูกค้าใหม่ |
|
|
|
กี่เปอร์เซนต์จากกำไรที่คุณจะนำไปใช้ในการตลาด |
|
|
|
เครื่องมือที่ใช้ทางการตลาดมีอะไรบ้าง เช่น การโฆษณาในหนังสือพิมพ์ นิตยสาร โฆษณาทางวิทยุกระจายเสียง ทางโทรทัศน์ ทางจดหมาย |
|
|
|
วิธีทดสอบแนวคิดทางการตลาด |
|
|
|
วิธีวัดผลการตลาดที่ทำไป |
|
|
|
เครื่องมือทางการตลาดที่คุณสามารถทำได้ทันที |
|
|
|
วัตถุประสงค์ของการสนับสนุนการขายก็เพื่อ สื่อสารข้อมูลจากคุณสู่ลูกค้า กระตุ้นให้ลูกค้าสนใจในตัวสินค้าหรือบริการของคุณ ดึงดูดให้ลูกค้าซื้อสินค้าเพื่อเพิ่มยอดขาย สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ต้องแน่ใจว่าการตลาดที่คุณทำนั้นไป ถึงลูกค้ากลุ่มที่คุณต้องการจูงใจจริงๆ เพราะว่าในปัจจุบันตลาดมีความแตกต่างกันอย่างมากมาย |
|
|
|
3. รู้สถานภาพการแข่งขันและคู่แข่ง |
|
|
|
คู่แข่งของคุณมีใครบ้าง อยู่ที่ไหน กำลังทำอะไรอยู่ คุณจะแข่งขันอย่างไรเพื่อชัยชนะ คุณจะผลิตสินค้าหรือให้บริการอย่างไรเพื่อเป็นจุดขายที่เด่นกว่าของคู่แข่ง ศึกษาวิธีการขาย การตลาด การโฆษณา การกระจายสินค้า การโปรโมทหรือการสนับสนุนการขาย และการให้บริการหลังการขายของคู่แข่งเป็นอย่างไร |
|
|
|
4. รู้นโยบายส่งเสริมจากภาครัฐบาล |
|
|
|
หาข้อมูล หรือแหล่งที่ให้การส่งเสริมการค้า ให้เงินทุน หรือให้บริการเพื่อสนับสนุนธุรกิจต่างๆ เช่นกรมส่งเสริมการส่งออกให้การสนับสนุนผู้ส่งออกไปจัดนิทรรศการในต่างประเทศ โดยการออกค่าใช้จ่ายให้ในบางส่วน และผู้ประกอบการต้องคอยดูแนวโน้มว่าอีก 5 - 10 ปีข้างหน้ารัฐบาลจะสนับสนุนอะไรบ้าง |
|
|
|
5. วางแผนการเงินในระยะยาว |
|
|
|
ปัญหาทางการเงินเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ดำเนินธุรกิจพลาด เนื่องจากในตอนเริ่มกิจการนั้นบริษัทขนาดเล็กจะขอเงินกู้ได้ยากกว่าบริษัทขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม เจ้าของกิจการที่ขอกู้เงินน้อยเกินไปอาจจะปิดกิจการเร็วเพราะว่าไม่มีเงินทุนในการดำเนินกิจการ ช่วง 2 ปีแรกเป็นช่วงวิกฤตของกิจการ ดังนั้นก่อนที่จะเริ่มธุรกิจ จึงมีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องวางแผนว่าคุณต้องการเงินเท่าไร มีเงินสำรองสำหรับการพัฒนาธุรกิจที่ไม่ได้คาดหวังหรือไม่ เมื่อไรและจะจ่ายเงินคืนและจ่ายอย่างไร คุณสามารถรับภาระในการกู้ยืมเงินได้หรือไม่ คุณสามารถหลีกเลี่ยงวิกฤตการณ์ทางการเงินที่จะเกิดขึ้นจากการขาดเงินทุนในอนาคตได้ ขอยืมเงินมากพอสมควรเท่าที่จะทำได้ เขียนสัญญาการกู้ยืมเงินทุกครั้ง อย่าคิดว่าความเงียบเป็นการอนุมัติเงินกู้ ไม่ใช้อัตราดอกเบี้ยเป็นปัจจัยในการพิจารณาหลักสำหรับขอกู้ยืมเงิน ถ้าขอกู้จากแหล่งหนึ่งไม่ได้ก็อย่ายอมแพ้หรือคิดว่าผู้ให้กู้ทุกคนจะไม่ให้ด้วย คอยสังเกตจุดเปลี่ยนแปลงในการดำเนินธุรกิจอยู่เสมอ การประหยัดเงินไม่ได้หมายความว่าไม่มีเงิน อย่าจำกัดว่าแหล่งเงินทุนต้องเป็นธนาคารเท่านั้น
|
|
|
|
6. การทำบัญชี |
|
|
|
ผู้ประกอบการหลายคนอาจจะคิดว่าการทำงานหนัก หรือ การตลาดเป็นสิ่งสำคัญ แต่จุดสำคัญอีกจุดหนึ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องสนใจก็คือ "งบดุล" ในการดำเนินกิจการหรือบริหารงานต่างๆ คุณจำเป็นจะต้องใช้ตัวเลขให้เป็น และคุณไม่สามารถทำธุรกิจได้ ถ้าไม่มีระบบบัญชีที่เหมาะสม เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหาร ข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์เป็นข้อผิดพลาดที่ร้ายแรงของผู้ประกอบการได้ นอกจากนั้นข้อมูลทางการเงินที่ถูกต้องและสมบูรณ์จะช่วยให้คุณวางแผนการเจริญเติบโตของธุรกิจในอนาคตได้ สำหรับการเริ่มทำสมุดบัญชี ซึ่งจะต้องมีรายงานการขายที่ถูกต้อง ต้นทุนคงที่ ต้นทุนแปรผัน ค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการดำเนินงาน ภาษี กำไรและขาดทุน สินค้าคงคลัง ลูกหนี้และเจ้าหนี้ และยังรวมถึงการเปรียบเทียบงบการเงินปีปัจจุบันกับปีที่ผ่านมาว่าผลการบริหารเงินและเป้าหมายด้านงบประมาณประสบความสำเร็จต่างกันอย่างไร |
|
|
|
วิธีการลงบัญชีมีหลักการอยู่ 2 วิธี คือ หลักเงินสด กับ หลักเงินค้าง |
|
|
|
หลักเงินสดรายได้จะมีการบันทึกต่อเมื่อได้รับเงินและค่าใช้จ่ายจะลงบัญชีก็ต่อเมื่อมีการจ่ายเงินจริง แต่ด้วยหลักเงินค้างจะมีการบันทึกรายได้และรายจ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะได้รับเงินหรือไม่ได้รับเงิน และจ่ายเงินหรือไม่จ่ายเงิน แล้วเมื่อมีการรับหรือจ่ายเงินที่ค้างไว้ก็จะต้องลงบัญชีด้วยเพื่อที่จะให้คุณมีระบบบัญชีที่ดีคุณควรจะปรึกษาที่ปรึกษาทางการเงินหรือนักบัญชีโดยเฉพาะ |
|
|
|
7. ฝึกการบริหารที่มีประสิทธิภาพ |
|
|
|
หลักการบริหารธุรกิจประกอบด้วยการวางแผน การจัดองค์กร การควบคุม และการนำธุรกิจที่ไม่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่เกิดจากการบริหารผิดพลาด กฏหลักของการบริหารธุรกิจขนาดย่อมคือการรู้ว่าคุณกำลังยืนอยู่ตรงจุดไหนอยู่ตลอดเวลา |
|
|
|
ตัวอย่างของข้อผิดพลาดที่มักจะเกิดกับผู้บริหารคือ |
|
|
|
จ้างบุคลากรผิด |
|
|
|
การฝึกอบรมพนักงานไม่เหมาะสม |
|
|
|
พยายามที่จะทำเกินไป |
|
|
|
บริหารเวลาผิด |
|
|
|
ขยายกิจการมากเกินไป |
|
|
|
ไม่ว่าสถานการณ์หรือเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดี ไม่เกี่ยวกับการบริหารงาน ผู้บริหารบางคนอาจจะเปลี่ยนอุปสรรคเป็นโอกาสก็ได้ ในทางตรงข้ามแม้ว่าเศรษฐกิจดีอาจจะบริหารงานไม่ดีก็ได้ ในการที่จะเป็นผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จจะต้องเป็นผู้นำที่ดีด้วย ผู้เชี่ยวชาญหลายๆ คนเชื่อว่าลักษณะของผู้นำที่ดีจะต้องมีความสามารถในการจูงใจ แนะนำแนวทาง การดึงดูดความสนใจ สามารถนำและควบคุมการทำงานของลูกน้องให้ตรงตามเป้าหมายได้ ผู้นำที่ดีจะต้องมีความยืดหยุ่น เพราะว่าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและลูกน้องที่เกี่ยวข้อง |
|
|
|
8. ขายสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพ |
|
|
|
คุณภาพของสินค้าหรือบริการเป็นสิ่งที่รักษาความสำเร็จของบริษัทให้คงอยู่ตลอดไป ถ้าคุณทำกลยุทธ์การตลาดที่ดีเลิศอาจจะนำลูกค้ามาถึงคุณที่หน้าประตู แต่ถ้าสินค้าของคุณไม่เป็นที่พอใจของลูกค้า ลูกค้าก็ไม่มาซื้อสินค้าของคุณอีก เพราะฉะนั้นคุณจะต้องรู้ข้อดีและข้อเสียของสินค้าหรือบริการของคุณ ถ้าดีอยู่แล้วก็รักษาให้ดีต่อไป หรือทำให้ดีขึ้น แต่ถ้าไม่ดีก็ปรับปรุงแก้ไขให้ตรงตามความพอใจของลูกค้า หัวใจของการทำธุรกิจก็คือลูกค้า ดังนั้นต้องเข้าใจลูกค้าและให้ความสำคัญแก่ลูกค้ามากๆ พัฒนามาตรฐานคุณภาพสินค้าและค่าของสินค้าในดีอยู่เสมอ ถ้าคุณภาพสินค้าของคุณถดถอยเมื่อไร เมื่อนั้นคู่แข่งของคุณจะมาแทรกแซงทันที |
|
|
|
9. จ้างบุคลากรที่เหมาะสม |
|
|
|
บุคลากรที่ดีมีประสิทธิภาพอาจเป็นกลไกหลักที่นำไปสู่ความสำเร็จได้ "หนึ่งในงานที่ยากที่สุดของการเริ่มกิจการเฟอร์นิเจอร์ก็คือการหาวัตถุดิบที่ดีและพนักงานที่เชื่อถือได้" และสิ่งที่ยากอีกสิ่งหนึ่งก็คือการบริหารบุคลากร การมีพนักงานที่ดีเป็นสิ่งสำคัญต่อบริษัท ในกระบวนการจ้างงานไม่ควรเป็นไปอย่างไม่ตั้งใจ ก่อนที่จะเริ่มประกาศรับสมัครงาน คุณต้องตั้งตำแหน่ง และหน้าที่งาน คุณสมบัติทางการศึกษาและประสบการณ์ที่คุณต้องการ เงินเดือนและสวัสดิการ คุณจะต้องพิจารณาจำนวนชั่วโมงที่ต้องทำต่อสัปดาห์ จำนวนวันทำงานต่อสัปดาห์ วันหยุด วันลาป่วย วันลากิจ การฝึกอบรม การเกษียณอายุ การพิจารณาความดีความชอบ การเลื่อนขั้น การไล่ออก |
|
|
|
ระเบียบวิธีการจ้างงานและการฝึกอบรมควรจะจัดทำอย่างดีเพื่อที่จะได้บุคลากรที่มีคุณภาพ และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ แหล่งที่คุณสามารถสรรหาพนักงานได้จากการโฆษณาในหนังสือพิมพ์ ตัวแทนจัดหางาน มหาวิทยาลัย เป็นต้น |
|
|
|
คุณจะเลือกแหล่งใดขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของพนักงานที่คุณต้องการจ้าง หลังจากที่คุณอ่านประวัติส่วนตัวผู้สมัครงานและใบสมัครแล้ว ต้องทดสอบผู้สมัครว่าเหมาะสมกับตำแหน่งหรือไม่ โดยการสัมภาษณ์ หรือตรวจสอบกับผู้ที่อ้างอิงได้ว่าเคยทำงานเป็นอย่างไร ในขณะที่สัมภาษณ์นอกจากจะถามเกี่ยวกับงานที่เคยทำแล้วต้องถามด้วยว่าทำงานอย่างไร เวลาสัมภาษณ์อย่าลืมประเมินสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในประวัติส่วนตัว ก็คือ ความฉลาด ทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ และความตั้งใจในการทำงาน |
|
|
|
|
|
10. เลือกทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมกับสินค้าหรือบริการ |
|
|
|
เหมือนกับการเลือกสินค้าหรือบริการ และบุคลากร การเลือกทำเลที่ตั้งก็เป็นปัจจัยสำคัญไปสู่ความสำเร็จเช่นกัน สถานที่ที่จะตั้งเป็นร้านค้าของคุณควรจะตัดสินใจไว้ล่วงหน้า ควรจะเลือกสถานที่ตามชนิดของสินค้าหรือบริการและกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นหลักมากกว่าความสะดวกสบายส่วนตัว |
|
|
|
ถ้าธุรกิจของคุณเป็นกิจการค้าปลีกทำเลที่ตั้งของคุณควรจะเป็นสถานที่จอแจ มีทั้งคนเดินถนน และรถและควรจะต้องพิจารณาสถานที่จอดรถด้วย ถ้าคุณจะเช่าสถานที่คุณควรจะถามผู้เช่าก่อนว่าทำไมถึงย้ายสถานที่พยายามสอบถามให้มากที่สุดเกี่ยวกับสถานที่และลูกค้าระวังถ้าเห็นว่าตึกที่เช่ามีห้องว่างๆ เยอะอาจหม ที่มา : นฤดี สุนทรสิงห์
|






