กลยุทธ์และทิศทางทองปีนี้-ปี55
|
กลยุทธ์รับมือทองผันผวน แนะต้องถือสั้นหมั่นเก็งกำไร
|
 |
 |
แม่ทองสุกชี้ราคาทองจะผันผวนต่อเนื่องในแนวโน้มขาลง นับจากต้นปียังมีผลตอบแทนที่เป็นบวกแม้จุดสูงสุดของปีดับเบิ้ลท๊อปได้ผ่านไปแล้ว หวังปีหน้าไต่ถึง 2 พันดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะต้องถือสั้นหมั่นทำกำไรไม่ใช่ซื้อแล้วถือยาวเหมือนในอดีต สำหรับปีนี้มียอดขายแล้วกว่า 3.7 แสนล้านบาท กว่าครึ่งเป็นคำสั่งผ่านทางออนไลน์
กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก กล่าวว่า ราคาทองคำยังจะยังผันผวนในช่วงขาลง เนื่องจากที่ผ่านมานักลงทุนหันไปถือครองเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐมากขึ้น หลังจากปัญหาหนี้ยุโรปยังไม่คลี่คลาย โดยคาดว่าสิ้นปีนี้ราคาทองคำจะอยู่ที่ประมาณ 1,600-1,640 ดอลลาร์สหรัฐฯต่ออนซ์ ส่วนราคาทองคำในประเทศก็ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากการอ่อนค่าลงของเงินบาทด้วย
อย่างไรก็ตามจากต้นปีจนถึงปัจจุบัน ทองคำยังให้ผลตอบแทนที่เป็นบวกอยู่ประมาณ 13-14% จากระดับ 1,420 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์เมื่อต้นเดือนมกราคม2554 ขณะที่ราคาทองคำได้ทำสถิติสูงสุดตลอดกาล (นิวไฮ) 2 ครั้งเมื่อเดือนสิงหาคมและกันยายนที่ผ่านมา ที่ระดับ 1,920 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
|
|
|
 |
สำหรับแนวโน้มในปี 2555 เชื่อว่าราคาทองคำยังคงผันผวนต่อเนื่อง แต่อยู่ในขาขึ้น โดยมีโอกาสที่จะทำสถิติใหม่ทะลุ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ หรือบาทละ 30,000 บาทได้ ผลจากภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว เติบโตเพียง 1-2% ปัญหาหนี้ยุโรปและสหรัฐฯทำให้เศรษฐกิจมีเสถียรภาพต่ำ ทำให้ไม่ช้าก็เร็วรัฐบาลจะต้องมีการอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจ ประกอบกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำ 0.25-1% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อก็ยังอยู่ในระดับสูงจากราคาน้ำมันและพืชผลทางการเกษตรที่มีการขึ้นราคา ทำให้ทองคำยังเป็นสินทรัพย์ที่น่าลงทุนมากกว่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้ธนาคารกลางก็ยังคงเป็นผู้ซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ คาดว่าราคาทองจะมีความผันผวนอย่างมาก ดังนั้นกลยุทธ์จึงต้องเป็นการลงทุนระยะสั้นไม่ใช่ซื้อแล้วถือยาวในอดีต แม้จะมีโอกาสทำกำไรได้มากแต่ก็มีโอกาสขาดทุนได้มากเช่นกัน ส่วนคนที่ลงทุนตราสารอนุพันธ์ก็ต้องบริหารมาร์จิ้นให้ดี
ณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มทีเอสฯ กล่าวว่า สำหรับภาพรวมธุรกิจทองคำของบริษัทในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายทองคำแท่งแล้ว 3.7 แสนล้านบาท มีส่วนแบ่งทางการตลาด 14-16% โดยทั้งปีนี้จะมียอดขาย 3.8-3.9 แสนล้านบาท และการซื้อขายของนักลงทุนเป็นแบบผ่านออนไลน์แล้วกว่า 50%
|
|
ที่มา : www.manager.co.th 22-12-54